Skip links

Jet Lag ข้ามเขตเวลา ทำนาฬิกา (ชีวิต) รวน

หลังจากที่เราได้รู้จักกับนาฬิกาชีวิตหรือ Circadian Rhythm กันไปแล้ว และรู้ว่ามันสำคัญอย่างไร ถ้าเกิดมันพังไปจะส่งผลสียกับชีวิตเราอย่างไร หลังจากนี้เราจะมาเรียนรู้กันว่าจากการที่นาฬิกาชีวิตของแต่ละคนทำงานของมันอยู่ดี ๆ แล้วอะไรมาทำให้มันเปลี่ยตามจังหวะเวลาของแต่ละพื้นที่ แต่นแปลงไป ซึ่งขอบอกเลยว่ามีหลาย ๆ ปัจจัยในการใช้ชีวิตประจำวันของเราที่จะไปรบกวนการทำงานของนาฬิกาชีวิตของเรา วันนี้ขอเริ่มต้นจากสิ่งที่เรียกว่า Jet lag

Jet lag เป็นคำที่หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินกันมาบ้าง บางคนอาจจะเคยรู้สึกแปลก ๆ กับตัวเองเหมือนกันเวลาที่เดินทางไปต่างประเทศแล้วรู้สึกง่วงนอนมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังเป็นกลางวันแดดเปรี้ยงอยู่เลย หรือ บางทีดึกมาก ๆ แล้วแต่กลับไม่รู้สึกง่วงเลย

ปัญหานี้ก็เกิดมาจากการที่เราเดินทางข้าม Time Zone นั่นเอง
แล้ว Time Zone คืออะไรล่ะ ถ้าจินตนาการว่าโลกเราเหมือนแตงโมทรงกลมลูกใหญ่ ๆ ที่มีขั้ยอยู่ในแนวตั้งคือขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ และมีเส้นศูนย์สูตรที่ลากผ่านกลางลูกแตงโมเหมือนเข็มขัดที่คาดอยู่ เส้นเวลาหรือ Time Zone ก็จะเป็นเส้นที่ลากในแนวตั้งจากขั้วโลกเหนือลงมายังขั้วโลกใต้ ตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตร โดยเราจะขีดเส้นแนวตั้งแบบนี้ขึ้นมาทั้งหมด 24 เส้นรอบลูกแตงโม นั่นก็คือ 24 Time Zone ซึ่งแต่ละช่องที่แบ่งออกมาจะเท่ากับ 1 ชั่วโมง ดังนั้นรอบลูกแตงโมก็จะเท่ากับ 24 ชั่วโมงหรือ 1 วันนั่นเอง
การที่เราอาศัยใช้ชีวิตอยู่ใน Time Zone หนึ่งเป็นประจำ นาฬิกาชีวิตของเราก็จะถูก Set ให้เป็นจังหวะที่สอดคล้องกับ Time Zone นั้น ๆ ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับการสัมผัสกับแสงสว่างและความมืดตามจังหวะเวลาของแต่ละพื้นที่ ทีนี้เมื่อเราเดินทางไปต่างประเทศที่มี Time Zone ต่างจากเรา จังหวะเวลาของความมืดความสว่างที่ผิดไปจากเดิม ก็จะทำให้นาฬิกาชีวิตที่ Set มาดีแล้วเกิดอาการรวนได้

โดยส่วนใหญ่พบว่าการเดินทางข้าม Time Zone มากกว่า 3 Time Zone ก็จะมีอาการค่อนข้างชัดเจน และการเดินทางไปทางทิศตะวันออกก็จะมีอาการที่เป็นมากกว่าการเดินทางไปทางทิศตะวันตก เพราะเป็นการเดินทางไปยังเขตเวลาเวลาที่เร็วกว่า และมืดก่อน การที่คนเราจะปรับตัวให้นอนให้เร็วขึ้นนั้น มักจะยากกว่าการหลับให้ช้าลง
นอกจากนี้แล้วยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้อาการ Jet lag เป็นมากขึ้น เช่น ภาวะขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ ระหว่างการเดินทาง เน้นว่าน้ำนะครับ ไม่ใช่เหล้าหรือไวน์ ซึ่งอาจจะยิ่งทำให้วงจรรวนกว่าเดิม ความดันอากาศที่เปลี่ยนแปลงภายในเครื่องบิน ยิ่งอยู่บนเครื่องบินนาน ยิ่งมีอาการ Jet lag ได้มากขึ้น ดังนั้นการบินเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แล้วหยุดพักเปลี่ยนเครื่อง จึงลดอาการ Jet lag ได้ แต่อาจจะเสียเวลาเดินทางมากขึ้น คงต้องชั่งผลดีผลเสียกันอีกที โดยทั่วไปเมื่อเราไปถึงประเทศปลายทางแล้ว อาการ Jet lag ก็มักจะดีขึ้นได้ภายในเวลา 2-3 วัน แต่สำหรับบางคนที่มีอาการค่อนข้างเยอะ และทำให้อ่อนเพลียหรือรบกวนการทำกิจกรรมในแต่ละวันค่อนข้างมาก นอกจากนี้บางคนยังมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยได้ เช่น คลื่นไส้ ปวดหัว ลำไส้แปรปรวน เป็นต้น เนื่องจาก Circadian Rhythm มีผลกับระบบอวัยวะหลาย ๆ ระบบ นอกจากการหลับตื่น โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร สำหรับคนที่มีอาการเยอะดังกล่าว ก็ควรที่จะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม หรือควรมีการเตรียมตัวหรือปรับพฤติกรรมบางอย่างเพื่อลดอาการ Jet Lag

เราจะปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อลดอาการนอนไม่หลับ

  1. เตรียมตัวปรับเวลาการหลับตื่นให้ใกล้เคียงกับเวลาในประเทศปลายทาง ก่อนออกเดินทาง
  2. นอนหลับให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง
  3. พยายามนอนหลับบนเครื่องบินให้ได้
  4. เมื่อไปถึงประเทศปลายทางแล้ว ควรพยายามฝืนนอนหลับให้ได้ตรงกับเวลาของประเทศปลายทางแม้ว่าจะง่วงหรืออ่อนเพลียแค่ไหน
  5. เมื่อไปถึงประเทศปลายทางแล้ว ควรพยายามใช้ชีวิตกลางแจ้ง ให้สัมผัสกับแสงแดดธรรมชาติให้มากที่สุด เพื่อให้นาฬิกาชีวิต Set ตัวใหม่ได้เร็ว

สำหรับบางคนที่ต้องการใช้ยาในการรักษา ยาที่สามารถใช้กับอาการ Jet Lag มีอยู่หลายชนิด

  1. ยาในกลุ่มยานอนหลับ จะมีประโยชน์ในการบังคับให้ร่างกายหลับได้ในห้วงเวลาที่ต้องการ ทั้งในขณะที่อยู่บนเครื่องบิน และเมื่อไปถึงประเทศปลายทาง แต่การใช้ยากลุ่มนี้จะต้องเป็นการสั่งจากแพทย์และใช้ตามคำแนะนำจากแพทย์อย่างเคร่งครัด

  2. ยากลุ่ม Melatonin เป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายสามารถสร้างได้ สัมพันธ์กับนาฬิกาชีวิต ซึ่งเราสามารถรับประทานเสริมเข้าไปจากภายนอกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของนาฬิกาชีวิตให้ปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง Time Zone ได้ดีขึ้น ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับ Melatonin นี้ขอยกยอดไปกล่าวถึงในตอนถัดไป เนื่องจากมีรายละเอียดที่น่าสนใจมาก

หวังว่าในการเดินทางไปต่างประเทศครั้งต่อไป ทุกคนจะไม่ต้องทรมานจาก Jet Lag กันนะครับ

Leave a comment

Lub D
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.